การเลี้ยงลูกให้มีความสามารถทั้งด้าน IQ และ EQ ไม่ใช่เรื่องยาก หากรู้จักการเลี้ยงลูกแบบ EF หรือ Executive Functions ที่จะช่วยพัฒนาทักษะของลูกในทุก ๆ ด้าน

Executive Functions เกี่ยวข้องกับการบริหารสมองส่วนหน้า ซึ่งจะควบคุมเรื่องของความจำ การคิดวิเคราะห์ และการหยุดยั้งอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งช่วงเวลาดีที่สุดที่ควรจะสอนลูกด้วยแนวทางนี้ คืออายุระหว่าง 3-6 ปี เพราะจะเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยแนวทางนี้ประกอบไปด้วย

1.ฝึกลูกให้เป็นเด็กสองภาษา

การสอนให้เด็กพูดภาษาที่สองได้ตั้งแต่ยังเล็กนั้น จะช่วยให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์และแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี จากการประมวลคำศัพท์ที่ต้องแปลทั้งสองภาษา และยังช่วยเสริมสร้างให้เด็กมีความมั่นใจ เมื่อจำเป็นต้องพูดกับเจ้าของภาษาด้วย

2.ทำกิจกรรมใหม่ ๆ กับคนในครอบครัว

การเรียนรู้สมัยนี้ไม่ได้แค่สอนเรื่องทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่คุณพ่อคุณแม่ควรหากิจกรรมสนุก ๆ ทำด้วยกันกับลูก เช่น การร้องเพลงที่ช่วยให้กล้าแสดงออก การเล่นดนตรีที่สอนเรื่องของจังหวะ การทำอาหารง่าย ๆ เพื่อสอนให้รู้จักการชั่งตวงวัด และพัฒนากล้ามเนื้อในการหยิบจับสิ่งต่าง ๆ

3.การช่วยเหลือตัวเองได้อย่างเหมาะสม

การสอนลูกให้ช่วยเหลือตัวเองขั้นพื้นฐานได้สมวัย เช่น การติดกระดุมเสื้อ ใส่ถุงเท้า ใส่รองเท้าด้วยตัวเอง จากนั้นค่อยพัฒนาไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเพื่อสอนให้ลูกได้รู้จักหน้าที่ของตัวเอง รวมถึงเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ง่าย ๆ เช่นการแยกซ้าย-ขวา รวมถึงสอนการแก้ปัญหาเมื่อสิ่งที่ลูกทำเกิดข้อผิดพลาด

4.เล่นเกมที่ใช้ความคิดและสมาธิ

เปลี่ยนจากเกมคอมพิวเตอร์ และเกมมือถือ มาเล่นเกมที่ใช้สมองและสมาธิอย่างบอร์ดเกม เพื่อสอนให้ลูกได้รู้จักกับคำว่า “กติกาและเงื่อนไข” นอกจากนี้ บางเกมยังสอนให้เด็ก ๆได้วางแผน และได้รู้จักการแพ้-ชนะด้วยตัวเอง

5.ส่งเสริมการสร้างจินตนาการ

จินตนาการ คือสิ่งที่จะช่วยพัฒนาความคิดในวัยเด็กได้เป็นอย่างดี โดยไม่จำเป็นว่าต้องทำงานด้านศิลปะเพียงอย่างเดียว การอ่านนิทานและชวนลูกพูดคุย หรือให้เล่นเครื่องดนตรีที่มีการไล่เสียง ก็เป็นการส่งเสริมจินตนาการให้ลูกได้ลองคิดอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ

นอกจากทั้ง 5 แนวทางนี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเรื่องของการพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเด็ก 3-6 ปี ควรนอนอย่างน้อย 10 ชั่วโมง เพื่อให้สมองได้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างสมวัย