ค่ายภาษาอังกฤษฤดูร้อน หรือ English Summer Camp เป็นค่ายที่จัดขึ้นในช่วงปิดเทอม เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ส่งลูกๆ ไปเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา เพราะเด็กๆ สามารถเรียนรู้ภาษาที่สองได้เร็วกว่าผู้ใหญ่มาก ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกมีมากกว่า 53 ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ หากเด็กๆ สามารถพูดและสื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติได้รู้เรื่อง ก็จะเพิ่มพูนโอกาสดีๆ ให้กับพวกเขาได้ในอนาคต

โดยส่วนใหญ่แล้วหน่วยงานที่จัดค่ายภาษาอังกฤษฤดูร้อน มักจะพาเด็กๆ ไปประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประเทศอังกฤษจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ หรือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในการเรียนภาษาอังกฤษ เพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่ในค่าย (ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ -1 เดือน) เด็กๆ ที่มาเข้าค่ายจากทุกคนจะได้รับอนุญาตให้พูดได้เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น  

แม้เป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ย้ายสถานที่มาอยู่นอกห้องเรียน แต่เด็กๆ จะเพลิดเพลินกับการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ และกิจกรรมต่างๆ ที่คุณครูจัดให้ จึงทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังมาท่องเที่ยวช่วงวันหยุดมากกว่า เพียงแต่ไม่ได้มีคุณพ่อคุณแม่ตามมาเข้าร่วมกิจกรรมด้วยเท่านั้น และหากเด็กๆ ยังคงติดต่อกับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติหลังจบจากการเข้าค่ายไปแล้ว ก็จะยิ่งช่วยพัฒนาการใข้ภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นด้วย เพราะพวกเขามีโอกาสได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ค่ายภาษาอังกฤษในปัจจุบันไม่ได้มีแค่ทริปที่เดินทางไปต่างประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีค่ายที่จัดขึ้นในประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ มาเข้าค่ายด้วยตัวเอง ซึ่งรูปแบบของค่ายก็มีทั้งแบบเช้าไป-เย็นกลับสำหรับเด็กเล็ก (อายุ 4-6 ปี) และค้างคืนสำหรับเด็กโต (อายุ 7-12 ปี)  

หากให้เปรียบเทียบระหว่างการเรียนในห้องเรียน กับการเข้าค่ายภาษาอังกฤษ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด คงหนีไม่พ้นเรื่องทักษะของการสื่อสารที่เด็กๆ จะได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นในช่วงระยะเวลาที่อยู่ในค่าย เพราะจะไม่ได้เน้นเรื่องแกรมมาร์หรือหลักภาษาเหมือนที่เรียนในห้องเรียนแต่อย่างใด แต่จะเน้นการสื่อสารและสนทนาภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมต่างๆ เสียมากกว่า  

ดังนั้น หากต้องการให้ลูกๆ ได้ฝึกทักษะในการพูดภาษาอังกฤษ และสามารถสนทนากับเจ้าของภาษาได้ การส่งพวกเขามาเข้าค่ายภาษาอังกฤษในช่วงปิดเทอม หรือช่วงวันหยุดยาว ก็น่าจะพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี