การส่งเสริมให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายครอบครัว พ่อแม่บางคนจึงเลือกจ้างครูมาสอนพิเศษให้ลูกที่บ้าน ขณะที่บางคนเลือกส่งลูกไปเรียนภาษาอังกฤษตามสถาบันต่าง ๆ ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน เพราะหวังว่าจะชินกับภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเด็ก และจะพัฒนาได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเข้าโรงเรียน

ขณะที่ในประเทศเกาหลีใต้กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เมื่อทางกระทรวงศึกษาธิการออกกฎห้ามสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนชั้น ป.1 – ป.2 ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าช่วงวัยไหนจึงจะเหมาะสมที่สุดในการสอนภาษาอังกฤษให้ลูก?

อันที่จริงแล้ว พ่อแม่ชาวเกาหลีใต้ก็คิดเหมือนพ่อแม่คนไทยว่าควรให้ลูกได้เรียนภาษาอังกฤษเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ผู้อำนวยการท่านหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการของเกาหลีใต้ระบุว่า ช่วงเวลาที่เด็กควรเรียนรู้ภาษาที่สองมากที่สุด คือช่วง ป.3 หรือเมื่อมีอายุ 9 ปีขึ้นไป โดยเรียนควบคู่ไปกับภาษาแม่

สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของศาสตราจารย์ด้านภาษาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า ไม่เคยเห็นเด็กอายุมากกว่า 10 ปีคนใด ที่เรียนภาษาที่สองแล้วมีปัญหาเรื่องทักษะและการออกเสียงช้ากว่าเด็กที่เรียนภาษาที่สองตั้งแต่ปฐมวัย ขณะเดียวกัน การเรียนภาษาที่สองในเด็กอายุ 5-7 ปี ก็ไม่ได้ส่งผลใด ๆ ในเรื่องการเรียนรู้ภาษาแม่

เช่นเดียวกับนักวิชาการทางภาษาอังกฤษ Lamar Roberts และ Wilder Penfield ที่พบว่า เด็กอายุ 9 ขวบจะมีพัฒนาการด้านสมอง และทักษะในการเรียนรู้ด้านภาษาที่ยืดหยุ่น เพราะฉะนั้นวัยนี้จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับการเรียนภาษาที่สอง

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยที่น่าสนใจอีกหลายฉบับที่เห็นพ้องกันว่า เด็กอายุมากกว่า 12 ปี สามารถเรียนภาษาที่สองได้ดีกว่าเด็กที่มีอายุน้อยกว่า เนื่องจากเด็กในช่วงวัยนี้จะมีทักษะต่าง ๆ พอสมควร ทั้งเรื่องตรรกะ การวิเคราะห์ การจำแนกและแยกแยะ จึงช่วยให้เรียนภาษาที่สองได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการเรียนด้านไวยากรณ์

จากข้อมูลเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจตั้งข้อสงสัยว่าแล้วช่วงวัยใดของลูกที่เหมาะสมที่สุดในการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งคงไม่สามารถฟันธงได้ชัดเจนว่าช่วงไหนเหมาะสมที่สุดแบบจริงจัง

สิ่งสำคัญจึงขึ้นอยู่กับครอบครัว และการสนับสนุนที่ดีมากกว่า หากมีกำลังทรัพย์ ก็สามารถส่งเสริมให้ลูกเรียนตั้งแต่ปฐมวัยได้ แต่ถ้ายังไม่พร้อมก็อาจหาวิธีอื่น ๆ ที่เสียเงินน้อยกว่า อาทิ การเรียนรู้จากหนังสือ การ์ตูน ภาพยนตร์ และเกมที่เป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงการโต้ตอบกันเป็นภาษาอังกฤษบ่อย ๆ ก็ช่วยพัฒนาทักษะได้ดีไม่แพ้กัน